วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

SUZUKI CARIBIAN off-road อเนกประสงค์

ออฟโรดขนาด เล็กที่ที่เข้ามาในทำตลาดในบ้านเราเมื่อปี 1990 รูปทรงเหมือนจี๊บ ขนาดเล็กๆราคาย่อมเยาแถมท้ายด้วยระบบขับสี่ล้ออันเป็นจุดขาย เอาไว้ลุยก็ได้ในเมืองก็ดี ทำให้ขายดีเทน้ำเทท่า สมัยนั้นใครขับแคริบเบียนนี่ถือว่าเท่ห์มากๆ

เจ้าตัวนี้ มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า SJ-413 เพราะด้วยความที่หน้าตา รถเหมือนกับจี๊บทหารมาก เพียงแต่นำมาพัฒนาให้ย่อมลง เบาขึ้น ตั้งใจจับตลาดพวก outdoor หรือไซต์งานต่างๆ ใช้ลุยได้ดีแบบจี๊บ แต่คล่องตัวกว่า ประหยัดน้ำมันกว่า สมัยแรกๆจึงลงเครื่อง 2 จังหวะ 3 สูบ 1 ลิตร พอขายดีก็ขยับเครื่องให้โตขึ้น

ลักษณะของรถเข้าข่ายประเภทรถ SUV ด้านหน้าดูเรียบๆไฟดวงกลมข้างละคู่ กระจังหน้าลายซี่นอนแปะคำว่าซูซูกิไว้ กันชนหน้าขนาดเล็กแต่แข็งแรงมาก มีไฟเลี้ยวติดตั้งอยู่ใต้ไฟหน้า ฝากระโปรงทรงคล้าย แลนโรเวอร์ดีเฟนเดอร์ ยกสันตรงกลางเล็กน้อย ด้านข้างเป็นทรงกล่องเรียบๆ เล่นสันข้างรถ ประตูข้างเป็นแบบบานพับข้างนอกทนทาน รุ่นแรกจะเป็นแวน กระจกช่วงแวนใหญ่มาก ขับแล้วรู้สึกโปร่ง ทำตลาดมาถึงปี96 ก็ถูกภาษีรถแวนเล่นงาน ต้องแปลงจากแวนเป็นกระบะมีแค็บเพื่อให้เสียภาษีถูก แต่แค็บไม่น่าจะเรียกว่าแค็บน่าจะเรียกว่า ‘แคบ’ มากกว่า เพราะมันไม่เหมาะจะเอาไว้นั่ง น่าจะเอาไว้เก็บของกันเปียกฝนมากกว่า เรียกชื่อรุ่นให้สวยหรูว่า sporty caribian ประมาณปี 2000 ก็เปลี่ยนกระจังหน้าใหม่ ทำตลาดจนถึงปัจจุบันในราคามือหนึ่งไม่ถึง 4 แสน ภายใน เรียบๆไม่หรูหรา พวงมาลัยสามก้านทรงเชยๆเป็นเอกลักษณ์ มาตรวัดสองวงแยกจากกัน ตรงกลางมีมาตรวัดความร้อนและเชื้อเพลิง ช่องแอร์วงกลมดูเข้ากันวางอยู่เป็นแนวบนคอนโซล เบาะนั่งหนังเทียมธรรมดาไม่นุ่มมาก ที่วางขาพอใช้ได้ ทัศนวิสัยดีทีเดียวเพราะตัวรถสูงกระจกบังลมก็ชัน

ข้อดี ของเจ้าแคริบเบียนก็คือทนทาน แข็งแรงมาก เพราะใช้แชสซีส์แยกจากตัวถังรถเหมือนรถกระบะ ถึงแม้น้ำหนักรถจะไม่ถึง900โลก็ตามที แต่แค่แชสซีส์หนักไปเกือบครึ่ง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ไม่ค่อยจะมีให้ปวดหัวเวลาเสีย ประหยัดน้ำมันด้วยขนาดตัวรถที่เบา ใช้เครื่องแค่ 1.3 ลิตรตัวเดียวกับ swift อะไหล่หาง่ายมีครบราคาถูกพอๆกับโคโรล่า แต่บางชิ้นก็แพงกว่า โดยรวมอะไหล่มีครบเหลือเฟือ ทั้งของแท้ ของเทียม แถมสามารถดัดแปลงมาใส่ก็ได้ ของแต่งก็เพียบ

ข้อเสียคือ เรื่องของสมรรถนะ ใช้เดินทางไกลๆ ไม่เกิน 120-130 เสียงเครื่องดัง เสียงลมก็ดัง ตัวรถก็โคลงแล้ว เพราะรถมันสูง ถ้าแช่อยู่ในระดับ90-100 ก็ไปได้เรื่อยๆแถมประหยัดน้ำมันอีกต่างหาก ช่วงล่าง เป็นแหนบก็ไม่เกาะนักแถมกระด้างอีกต่างหากความนุ่มนวลยังสู้รถกระบะ ไม่ได้ เพราะเพลาขับแต่ละอันมีน้ำหนักมาก จึงต้องเอาช่วงล่างให้รับได้ จุดยึดของช่วงล่างมีน้อย รวมทั้งยางที่มีขนาด 195 SR15 ทำให้หลายๆคนพากันขายเจ้าคาริบเบียนทิ้งเพราะทนความกระด้างไม่ไหว ช่วงล่างเป็นแหนบถ้าใช้นั่งกันบ่อยๆแนะนำหาโช๊คน้ำมันใส่ดีกว่า พวงมาลัยหนักมือ เวลาเข้าที่จอดรถ โยกกันเหงื่อตก ใช้ไปนานๆกระปุกพวงมาลัยก็หลวมเร็ว พวงมาลัยฟรีเยอะมาก แก้ปัญหาแต่เนิ่นๆ ด้วยการติดพาวเวอร์ลงไปชุดละประมาณเก้าพันช่วยได้ดี ระบบความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่มีให้ใช้ตามประสารถประหยัดแต่ สามารถติดตั้งทีหลังได้

ปัญหาที่พบ ได้แก่เรื่องของเกียร์เข้าไม่ติด กระปุกพวงมาลัยหลวมแถมรั่ว เปลี่ยนใหม่ราคาพันนึง ยางเปลี่ยนใหม่ที่50,000กิโลเมตร ทัศนวิสัย ด้านหลังถูกบังจากยางอะไหล่ไปพอควร ด้านหน้าพวงมาลัยมันสะท้อนเงาลงบนมาตรวัด นอกนั้นไม่มีอะไรมาก แค่ดูแลบ่อยๆให้ถูกวิธี แค่นี้ก็ทนทานใช้กันลืม

สรุป ถ้ากำลังมองหารถที่ประหยัดน้ำมัน คล่องตัว ทนทาน อะไหล่ครบ เล็กกระทัดรัด แต่งสวย และราคาไม่แพง เจ้าตัวนี้ก็น่าเป็นอีกทาง เลือกนึงที่น่าสนใจ แถมพ่วงท้ายระบบขับสี่ล้อ แต่ต้องแลกกับตัวรถที่กระด้างสักหน่อยครับ ถ้ามีครอบครัวพร้อมตัวน้อย ไม่แนะนำให้ซื้อไปใช้แทนรถเก๋ง ถ้ามีคนร่วมทางเยอะเล่นตัวหลังคาไฟเบอร์ปี 96 จะดีกว่า แต่ถ้าใครเน้นขับแบบ 2x2 หรือเป็นรถคันที่สองอยากลองออฟโรด เล่นตัวกระบะก็ดูเท่ห์ดีครับ

ข้อมูลทางเทคนิคของซูซูกิ คาริบเบียน

เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบเรียง OHC 8V
ปริมาตร กระบอกสูบ 1,324 ซีซี
กระบอก สูบ/ช่วงชัก 74/77 มม.
อัตราส่วน กำลังอัด 8.9 : 1
แรงม้า 70แรงม้า/5500รอบต่อนาที
แรงบิด 107Nm/3500รอบ ต่อนาที
ระบบจ่ายน้ำมัน คาร์บูเรเตอร์เดี่ยวท่อคู่
ระบบส่ง กำลัง ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ระบบกัน สะเทือน แหนบและคานแข็ง 4 ล้อ
ระบบเบรก หน้า/หลัง พาวเวอร์ 2 วงจร ดิสก์/ดรัม
กว้าง-ยาว-สูง 1465-3455-1700 น้ำหนักรถ 870 กก. ขนาดยาง 195x15
ความเร็ว สูงสุด 135 กม./ชม ความจุถัง น้ำมัน 40 ลิตร อัตราการ กินน้ำมัน 7-12 กม./ลิตร
ราคาค่าตัว มือสอง ประมาณ 90,000-170,000 (ขึ้นอยู่กับปีและสภาพ)

ข้อมูลทางเทคนิคของซูซูกิ สปอร์ตตี้ คาริบเบียน

เครื่องยนต์ G13B เบนซิน OHC 8V 4สูบ
ปริมาตร กระบอกสูบ 1,298 ซีซี
อัตราส่วน กำลังอัด 9:1
แรงม้า 69แรงม้า/6000รอบต่อนาที
แรงบิด 105Nm/3500รอบ ต่อนาที
ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดsingle point
ระบบส่งกำลัง ขับเคลื่อน 4 ล้อ
ระบบกัน สะเทือน แหนบ โช้คอัพและคานแข็ง 4 ล้อ
ระบบเบรก หน้า/หลัง พาวเวอร์ 2 วงจร ดิสก์/ดรัม
กว้าง-ยาว-สูง 1460-4010-1770 น้ำหนักรถ 975 กก. ขนาดยาง 195x15 ความเร็ว สูงสุด 135 กม/ชม ความจุถัง น้ำมัน 40 ลิตร อัตราการ กินน้ำมัน 7-12 กม./ลิตร
ราคาค่าตัว มือสอง ประมาณ 190,000-250,000 (ขึ้นอยู่กับปีและสภาพ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น