แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออฟโรด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออฟโรด แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

การเลือกยางออนโรดและออฟโรด


ยางเป็นสิ่งสิ่งเดียวที่เชื่อมระหว่างรถกับพื้นถนน ยางจึงมีบทบาทที่สำคัญต่อรถคุณอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น สมรรถนะการควบคุม บังคับขับขี่ ความนุ่มสบาย ระยะเบรก หรือการประหยัดน้ำมัน ดังนั้นลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันจึงจำเป็นต้องเลือกใช้ยางที่มี คุณสมบัติแตกต่างกันด้วย

การขับขี่ในเมือง

คุณควรใช้ยางที่เหมาะสมกับลักษณะของถนนในเมืองนั้นๆ สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกยางสำหรับการขับขี่ในเมือง

- ระยะการเบรก
คุณควรเลือกยางที่มีระยะเบรกสั้นที่สุด (ทั้งถนนแห้งและเปียก) เพื่อให้คุณหยุดรถได้อย่างรวดเร็วหากพบสิ่งกีดขวางบนถนนอย่างกระทันหัน เช่น คนเดินถนนที่ไม่ระวังรถยนต์

- อายุการใช้งาน
สภาพการจราจรในเมืองมีความหนาแน่นและติดขัดอยู่ ตลอดเวลา ยางรถยนต์จึงต้องทำงานหนักจากการหยุดรถและการออกรถในสภาพการจราจรดังกล่าว อันส่งผลให้ดอกยางสึกจากการที่เนื้อยางถูกเสียดสีกับพื้นถนน ดังนั้น คุณควรเลือกยางที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

- การประหยัดน้ำมัน
ยางที่มีแรงต้านทานการหมุนของล้อต่ำจะประหยัดน้ำมันได้ดีกว่ายางที่มีแรงต้านทานการหมุนของล้อสูง

คุณควรตรวจสอบยางรถยนต์อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ายางไม่มีลักษณะของการสึกที่มากกว่าปกติหรือผิดปกติ รวมทั้งไม่มีการบวมบริเวณแก้มยางด้วย

คุณควรตรวจสอบความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (รวมทั้งยางอะไหล่ด้วย) และควรทำการตรวจสอบในขณะที่ยางรถยนต์ยังเย็นอยู่
ยางที่มีความดันลมยางต่ำ จะเพิ่มระยะเบรกให้ยาวขึ้น และทำให้รถยนต์ใช้น้ำมันมากขึ้น

การขับขี่บนทางหลวงหรือทางด่วน

บุคคลโดยทั่วไปมักจะขับขี่รถยนต์บนทางหลวงหรือบนทางด่วนด้วยความเร็วสูง ซึ่งยางมีบทบาทสำคัญต่อการทรงตัวและสมรรถนะในการเกาะถนนของรถยนต์ รวมถึงการรักษาทิศทางการเคลื่อนที่ของ
รถยนต์ในสภาวะการขับขี่เช่นนี้

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกยางสำหรับการขับขี่บนทางหลวงหรือทางด่วน

- ระยะเบรก
คุณควรเลือกยางที่มีระยะเบรกสั้นที่สุด (ทั้งถนนแห้งและเปียก)

- ความนุ่มนวลในการขับขี่
คุณควรเลือกยางที่ให้ความนุ่มนวลในขณะขับขี่และเงียบสำหรับการเดินทางไกล

- การเกาะถนน
คุณควรเลือกยางที่มีสมรรถนะภาพสูง เพราะคุณลักษณะนี้จะทำให้ยางยึดเกาะถนนได้ดี

คุณควรตรวจสอบความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (รวมทั้งยางอะไหล่ด้วย) และก่อนการเดินทางไกลทุกครั้ง โดยให้คุณทำการตรวจสอบในขณะที่ยางรถยนต์ยังเย็นอยู่ หากคุณตรวจสอบความดันลมยางในขณะยางร้อนหรือผ่านการวิ่งมาแล้วเกินกว่า 2 กิโลเมตร ให้คุณเพิ่มความดันลมยางอีก 4 ถึง 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (0.3 บาร์) จากความดันลมยางปกติที่แนะนำโดยผู้ผลิตรถยนต์

ข้อควรระวัง : รถออฟโรดหรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ (รถ 4x4) จะมีระยะเบรกที่ไกลกว่าระยะเบรกของ
รถเก๋ง เนื่องจากน้ำหนักของตัวรถที่มากกว่ารถเก๋ง
รถสปอร์ต

หากคุณชื่นชอบการขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วสูงที่เพลิดเพลินสนุก สนาน (การขับขี่แบบสปอร์ต) คุณควรเลือกยางที่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและตอบสนองต่อการบังคับ ควบคุมที่แม่นยำ นอกจากนี้ คุณจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์และความความปลอดภัยบน ท้องถนนอย่างเคร่งครัด และหากคุณต้องการทดสอบความเร็วในการขับขี่ของคุณ คุณควรทดสอบในสนามแข่งที่มีความปลอดภัยเท่านั้น

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกยางสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต
- การเกาะถนน
คุณควรเลือกยางที่มีโครงสร้างฐานที่ดีและมีสมรรถนะเยี่ยม เพราะคุณลักษณะเหล่านี้จะทำให้ยาง
ยึดเกาะถนนได้ดี (ทั้งถนนเปียกและแห้ง)

- การทรงตัวของรถยนต์
คุณควรเลือกยางประเภทสมรรถนะสูง ซึ่งให้สมรรถนะการควบคุมทิศทางที่แม่นยำ (excellent directional precision) และทรงตัวในทางโค้งได้ดี

คุณควรตรวจสอบความดันลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (รวมทั้งยางอะไหล่ด้วย) และก่อนการเดินทางไกลทุกครั้ง โดยให้คุณทำการตรวจสอบในขณะที่ยางรถยนต์ยังเย็นอยู่ หากคุณตรวจสอบความดันลมยางในขณะยางร้อนหรือผ่านการวิ่งมาแล้วเกินกว่า 2 กิโลเมตร ให้คุณเพิ่มความดันลมยางอีก 4 ถึง 5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (0.3 บาร์) จากความดันลมยางปกติที่แนะนำโดยผู้ผลิตรถยนต์

นอกจากนี้ คุณจะต้องหมั่นตรวจสอบสภาพการสึกของยางอย่างสม่ำเสมอ

การขับขี่รถออฟโรด (หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือรถ 4x4)

การเลือกใช้ยางที่เหมาะสมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกองค์ประกอบ หนึ่งนอกเหนือไปไปจากการฝึกฝนเทคนิคการขับขี่ เพื่อให้คุณขับขี่รถออฟโรดด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกยางสำหรับการขับขี่รถออฟโรด

การขับขี่ในเส้นทางออฟโรด (เส้นทางทุรกันดารที่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ)

คุณควรเลือกยางที่มีความแข็งแรงและสามารถทนต่อการกระแทกและการฉีกขาดได้ดี เช่น ยางออล
เทอเรน (All Terrain) ซึ่งเป็นยางที่เหมาะสำหรับเส้นทางออฟโรดที่เป็นทางลูกรัง หรือการเข้าป่าในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูฝน

นอกจากนี้ คุณควรเพิ่มลมยางให้มีแรงดันลมในอัตราสูงสุดที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด เพื่อเพิ่มความสามารถของยางในการทนทานต่อการกระแทกในขณะที่คุณขับขี่รถยนต์ ด้วยความเร็วสูงในเส้นทาง
ออฟโรด หากลมยางอ่อน จะทำให้คุณไม่สามารถควบคุมรถยนต์ได้ และอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

การขับขี่บนพื้นทราย

คุณควรลดแรงดันลมยางลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยางในการยึดเกาะพื้นผิวเส้น ทางที่เป็นทราย เช่น หาดทราย หรือทะเลทราย โดยคุณสามารถลดแรงดันลมยางลงได้ตามระดับความยากลำบากในการ
ขับขี่บนเส้น ทางนั้น แต่ในขณะเดี่ยวกันคุณก็จะต้องลดความเร็วในการขับขี่รถยนต์ลงด้วย และเมื่อคุณได้ขับพ้นเส้นทางดังกล่าวแล้ว ให้คุณเติมลมยางกลับสู่ความดันลมปกติตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์

การขับขี่ในเส้นทางที่เป็นโคลน

คุณ ควรเลือกยางที่มีดอกยางขนาดใหญ่ เช่น ยางมัดเทอเรน (Mud Terrain) สำหรับการขับขี่ในเส้นทางที่เป็นโคลน เพราะดอกยางขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มความสามารถของยางในการยึดเกาะกับเนื้อดินใน โคลนได้เป็นอย่างดี จึงให้รถยนต์มีการขับเคลื่อนที่ดี

การลดแรงดันลม ยางออกบางส่วนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่ใน เส้นทางที่เป็นโคลน เพราะจำทำให้ยางสลัดโคลนออกได้ดีขึ้น

คุณไม่ควรเร่งเครื่องอย่างกระทันหันในเส้นทางที่เป็นโคลน เพราะจะทำให้ยางสูญเสียแรงยึดเกาะและทำให้ล้อหมุนฟรีได้

เมื่อคุณได้ขับพ้นเส้นทางดังกล่าวแล้ว ให้คุณเติมลมยางกลับสู่ความดันลมปกติตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์

การขับรถลุยน้ำ

ให้คุณใช้ลมยางปกติ ขับช้าๆ และรักษาความเร็วให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดคลื่นน้ำหรือน้ำสาดกระจาย

คุณควรตรวจสอบความดันลมยางและสภาพของยาง (รวมถึงยางอะไหล่ด้วย)ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง และคุณควรนำถุงมือ สายลาก ที่ตักดิน รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น ที่ปั้มลม เกจวัดลมยาง แม่แรง และผ้าสำหรับรองปูนั่งไปด้วย


วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เทคนิคการขับข้ามน้ำ

เชื่อว่าออฟโรดเดอร์แทบทุกคนคงจะเคยมีประสบการณ์ผ่านมาแล้วบ้างไม่มากก็น้อยสำหรับทริปการขับข้ามลำน้ำ ซึ่งอาจจะกว้างบ้างแคบบ้างก็ตามภูมิประเทศ ทริปแบบนี้ความท้าทายอยู่ที่ความลึกของน้ำและความลาดชันของตลิ่ง รวมถึงความเชี่ยวของกระแสน้ำด้วยหากเป็นช่วงหน้าฝน ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำเล็กน้อยที่ปฏิบัติได้ไม่ยากแต่เป็นกฏแห่งความปลอดภัยครับ เพื่อให้การเดินทางในทริปที่มีอุปสรรคเช่นนี้เป็นไปโดยตลอดรอดฝั่ง ข้อแนะนำ 5 ข้อดังนี้ครับ
ข้อที่ 1 ก่อนขับรถลงในน้ำ ให้ผูกผ้ายางหรือผ้าใบคลุมกระจังหน้าและอุปกรณ์ winch ไว้เสียก่อน เพื่อป้องกันน้ำไม่ให้เข้าไปทำความเสียหายกับชิ้นส่วนกลไกของเครื่อง.

ข้อ 2 ควรพักรถเพื่อให้ส่วนต่างๆของรถเย็นลงก่อน การขับขี่รถลงไปในน้ำในขณะที่ส่วนต่างๆของรถยังร้อนอยู่นั้น จะทำให้เกิดความเสียหายกับส่วนต่างๆได้เช่น จานเบรค, ใบพัดลมหม้อน้ำบิดงอ, ระบบท่อไอเสียเสียหาย หรือแม้แต่เครื่องยนต์ก็อาจเกิดการเสียหายร้ายแรงได้.

ข้อ 3 ศึกษาสภาพของท้องน้ำก่อนจะข้าม แม่น้ำที่มีอัตราการไหลค่อนข้างช้ามักจะมีท้องน้ำลักษณะที่เป็นโคลนเลนอ่อน นิ่มและค่อนข้างลึก ทำให้ไม่สามารถขับขี่ผ่านไปได้โดยง่าย ซึ่งจะแตกต่าง กับแม่น้ำที่ไหลแรงมักจะมีท้องน้ำที่แน่นและแข็งกว่าเนื่องจากกระแสน้ำที่ แรงได้ช่วยพัดพาเอาตะกอนออกไปจากก้นแม่น้ำ ทำให้สามารถขับขี่ผ่านแม่น้ำที่มีลักษณะแบบนี้ไปได้โดยง่าย.
ข้อ 4 พึงระวังไว้เสมอว่า การขับขี่ในน้ำลึกๆจะทำให้บางส่วนของรถลอยขึ้น ซึ่งจะมีลดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนของรถทำให้ยากหรือไม่สามารถที่จะปีน ขึ้น ฝั่งที่เป็นโคลนเลนหรือหินชันในอีกฟากหนึ่งได้ ในกรณีนี้ท่านอาจจะต้องเปิดประตูรถให้น้ำเขามาภายในเพื่อลดการลอยตัวของรถ และเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน และผ่านอุปสรรคต่างๆ จนสามารถขึ้นฝั่งอีกฟากหนึ่งได้ (แต่ต้องแน่ใจว่าท่านได้นำเสื้อผ้าชุดใหม่มาไว้เปลี่ยนด้วยนะ

และ ข้อ 5 ในกรณีฉุกเฉิน หากท่านจำเป็นต้องขับถอยหลังข้ามน้ำที่มีความลึกนั้น ให้ขับ(ถอยหลัง)ไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยไม่ต้องผ่อนคันเร่ง การทำเช่นนี้จะเพิ่มโอกาสให้ท่านข้ามน้ำไปได้สูงขึ้นเนื่องจากส่วนหลังของรถ แหวกกระแสน้ำจนเป็นช่อง และช่วยป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ได้ ***แต่ท่านจะต้องแน่ใจก่อนว่าพื้นที่ก้นแม่น้ำนั้นแน่น ไม่มีท่อนซุง หรือหินก้อนใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรคให้รถติดได้ และต้องแน่ใจด้วยว่ามุมประชิดและมุมจากของรถท่านมากพอ ที่จะพาท่านขึ้นฝั่งตรงข้ามได้อย่างไม่ติดขัด